กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกครึ่งซีก/ กล้ามเนื้อตาบีบเกร็ง

กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกครึ่งซีก/ กล้ามเนื้อตาบีบเกร็ง

หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกตา ภาควิชาพยาบาลศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

โรคกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial Spasm) เป็นโรคที่มีอาการกระตุกหรือเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้าข้างหนึ่ง ซึ่งเลี้ยงโดยเส้นประสาทใบหน้า โดยอาการกระตุกมักจะเป็นๆหายๆ และมีอาการกระตุกมากขึ้นเมื่อเครียด พูดหรือทำงานในรายที่เป็นรุนแรงจะหลับตาแน่นๆ จนอาจทำให้ใบหน้าเสียรูปไป

สาเหตุ ส่วนใหญ่เชื่อว่าเกิดจากการที่มีหลอดเลือดแดงในสมองไปสัมผัสหรือกดทับเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อ ใบหน้า ส่วนน้อยอาจเกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้าเอง หรือเกิดจากมีเนื้องอกบริเวณก้านสมอง ซึ่งมักแสดงอาการผิดปกติของระบบประสาทส่วนอื่นร่วมด้วย

โรคกล้ามเนื้อบีบเกร็ง (Blepharopasm) เป็นโรคซึ่งมีอาการกระพริบตาถี่ หรือหลับตาทั้ง 2 ข้างด้วยแรงมากผิดปกติ

สาเหตุ เกิดจากการบีบเกรงของกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาซึ่งเกิดขึ้นเองโดยไม่ทาบสาเหตุและไม่สามารถควบคุมได้ อาการของโรคอาจเป็นเพียงเล็กน้อย แต่กระพริบตาบ่อยไปจนถึงรุนแรง ซึ่งจะทำให้เปลือกตาทั้งสองข้างปิดอยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถมองเห็นได้ บางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการเกร็งในส่วนอื่นๆ ของใบหน้าร่วมด้วย เชื่อว่าสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้ผู้ป่วยมีการกระพริบตามมากขึ้น ได้แก่ แสงแดด แสงไฟฟ้า และความเครียดเป็นต้น

การรักษา ผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกครึ่งซีกและกล้ามเนื้อตาบีบเกร็งทั้ง 2 โรคนี้มีวิธีการรักษาคล้ายกัน คือ

การรักษาด้วยยา ในรายที่อาการไม่รุนแรง แพทย์จะเริ่มต้นการรักษาโดยให้ยารับประทานก่อนถ้าไม่ได้ผลหรือในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์จะแนะนำการฉีดโบทูลินัม ทอกซินซึ่งผลการรักษามักจะได้ผลดีเป็นส่วนใหญ่คือทำให้อาการกระตุกหรือบีบเกร็งของกล้ามเนื้อหายไปได้ ข้อเสียของการใช้ยาโบทูลินัมทอกซิน คือผลที่ได้มีฤทธิ์ชั่วคราว และจะต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน

การผ่าตัด ผู้ที่รักษาด้วยการฉีดโบทูลินัม ทอกซินแล้ว ไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดกล้ามเนื้อรอบตาให้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้อตาบีบเกร็ง ส่วนในรายที่มีกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกครึ่งซีก แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเคลื่อนย้ายหลอดเลือดไม่ให้กดทับเส้นประสาทใบหน้า ซึ่งอาจทำให้โรคหายขาดได้ อย่างไรก็ตามการเลือกวิธีการรักษาต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วยในแต่ละรายด้วย

โบทูลินิม ทอกซิน (Botulinum Toxin) เป็นสารที่สกัดจากเชื้อ คลอสทิเดียม โบทูลินิม ออกฤทธิ์โดยทำให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลังลง เป็นผลให้กล้ามเนื้อที่ได้รับการฉีดสารนี้คลายตัวและไม่มีอาการกระตุก

การออกฤทธิ์ โดยทั่วไปยาจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณวันที่ 3-7 นับจากวันที่ฉีดและมีฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ 2-6 เดือน (โดยเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน) ในช่วงแรกหลังฉีดจะมีอาการกระตุกลดลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละรายและเมื่อยาเริ่มหมดฤทธิ์ก็จะเริ่มกลับมามีอาการกระตุกมากขึ้นอีก

ผลข้างเคียง อาจมีหนักตาตกมุมปากตก ตาแห้ง หรือน้ำตาไหล ปวดและมีเลือดออกบริเวณที่ฉีดได้ แต่โดยทั่วไปพบน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงชั่วคราว และอาจหายไปเองได้ อาการแพ้ยาพบได้น้อยมาก

การกลับมาฉีดยา เนื่องจากยานี้เป็นยารักษาหรือควบคุมอาการไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งหรือกระตุก ภายในระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์อยู่ เมื่อยาหมดฤทธิ์ผู้ป่วยจะกลับมามีอาการกระตุกได้อีก ดังนั้นเมื่ออาการกระตุกกลับมาเป็นมากขึ้นจนทนไม่ไหวควรมารับการฉีดยาช้ำ

ข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคหรืออาการของโรคนี้สามารถสอบถามได้ที่ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกตา ชั้น 2 โรคพยาบาลรามาธิบดี โทร.0-2201-2210